ยินดีต้อนรับทุกคนนะคะ

ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ที่ได้เข้าชม Webblog  ชีพจรทุกคนน่าจะได้สาระและความรู้ไม่มากก็น้อยนะคะที่ดิฉันได้สรรสร้างทำขึ้นนี้ทุกคนน่าจะสามารถนำมาประยุกต์ใช้และเป็นประโยชน์ต่อทุกคนได้นะคะหากมีข้อเสนอแนะอย่างไรสามารถติชมได้

         ขอขอบคุณทุกท่านที่มาเยี่ยมชม

               รังสิยา        วรพิชก้องสกุล  (ผีนุ้ย )

edit @ 31 Aug 2009 15:23:36 by หวานใจ

edit @ 31 Aug 2009 15:25:23 by หวานใจ

edit @ 31 Aug 2009 15:31:24 by หวานใจ

นักกีฬาจะได้ประโยชน์อะไรจากความรู้ที่เกี่ยวกับชีพจร

                แพทย์การกีฬาและนักวิทยาศาสตร์การกีฬาจะนำความรู้นี้มาใช้ในการทดสอบความสมบูรณ์ของนักกีฬาได้อย่างแม่นยำในหลักการทดสอบที่ใช้ในทางปฏิบัติทั่วไป  ที่นิยมใช้มีอยู่ 3 แบบ คือ      

                                                                                                            

                1. ให้นักกีฬาออกกำลังกายแบบคงที่ เช่น ถีบจักรยานอยู่กับที่  วิ่งบนสายพานเลื่อนแล้วศึกษาจากอัตราชีพจรในระยะคงที่  ผู้ที่อัตราชีพจรต่ำกว่าจะสมบูรณ์กว่า
                2. ให้นักกีฬาออกกำลังกายแบบเพิ่มความหนักขึ้นเป็นขั้น ๆ แล้วศึกษาเปรียบเทียบปริมาณความหนักของงาน  โดยกำหนดอัตราชีพจรไว้ที่ระดับใดระดับหนึ่ง เช่น 170 ครั้ง / นาที ผู้ที่เมื่ออัตราชีพจรถึง 170 ครั้ง / นาที เมื่อปริมาณความหนักของงานมากกว่า เป็นผู้ที่สมบูรณ์กว่า
                3. ให้นักกีฬาออกกำลังกายแบบคงที่ แล้วศึกษาจากอัตราชีพจรในขณะที่พัก ( เช่น การทำสเต็ปเทสต์) ผู้ที่อัตราชีพจรกลับคืนเข้าสู่ระดับปกติได้เร็วกว่าเป็นผู้ที่สมบูรณ์กว่า
                สำหรับนักกีฬาและผู้ฝึกสอนกีฬา  การรู้จักนับชีพจรจะช่วยในการประเมินความสมบูรณ์ทางกายและการฝึกซ้อม
                    

 

edit @ 25 Aug 2009 18:37:42 by หวานใจ

edit @ 28 Aug 2009 15:28:20 by หวานใจ

edit @ 31 Aug 2009 15:30:15 by หวานใจ

edit @ 31 Aug 2009 15:33:10 by หวานใจ

edit @ 31 Aug 2009 15:34:53 by หวานใจ

การจับชีพจรเพื่อวินิจฉัยโรค
    

 1. โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โดยทั่วไปชีพจรจะลอยสูงเน้นเร็วเกินไป ความดันโลหิตยิ่งสูง ชีพจรก็จะยิ่งเต้นเร็วเป็นเงาตามตัว ดังนั้นโรคหัวใจกับความดันโลหิตสูง จึงเกี่ยวพันกันอย่างใกล้ชิด ชีพจรของคนปกติจะเต้นอยู่ระหว่าง 60 – 80 ครั้งต่อนาที มีการเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเต้นอย่างลึก ๆ และอย่างมีแรง ส่วนผู้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจผู้สูงอายุ และผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ การเต้นของชีพจรจะอยู่ในระหว่าง 60 ครั้งต่อนาที แต่เต้นอ่อน และผู้ป่วยที่เป็นโรความดันโลหิตต่ำการเต้นของชีพจรก็จะมีกำลังอ่อนเช่นกัน
     2. โรคประสาท โรคจิต โรคไต ชีพจรจะเต้นเร็วบ้างช้าบ้างไม่สม่ำเสมอ
     3. โรคเกี่ยวกับโลหิต เกี่ยวกับน้ำเหลือง ชีพจรเต้นช้ามีแรงอ่อนมาก จนกระทั่งบางรายคลำดูไม่รู้สึกว่าเต้น บางราย ชีพจรทางซ้ายกับขวาเต้นไม่เหมือนกัน เมื่อชีพจรทางซ้ายและขวาขัดกันเช่นนี้ การหมุนเวียนของโลหิตก็จึงติดขัด
     4. โรคอัมพาต คนที่เป็นลม มักมีชีพจรทั้ง 2 ข้างต่างกัน บางรายการเต้นของชีพจรแต่ละข้างต่างกันถึง 20 ครั้งต่อนาที ซึ่งเกี่ยวโยง กับโรคไขข้ออักเสบเหมือนกัน เมื่อข้างหนึ่งทางเดินของเลือดติดขัดไม่สะดวก อีกข้างหนึ่งก็จะมีกำลังกดดันมากขึ้น
     โรคดังกล่าว เหล่านี้ล้วนสามารถรักษาให้หายได้โดยกายบริหารแกว่งแขนทั้งสิ้น

                                                            

edit @ 25 Aug 2009 18:37:12 by หวานใจ

a:hover { color:#ffffff !important; text-decoration: none; background: url(http://img99.imageshack.us/img99/3043/ranpy5.gif) !important;}

Free hi5 Cursors รวมโค้ด แต่งhi5 www.ilovecomment.com , Free Glitter Comment hi5 Animation Cartoon
ilovecomment.com , Free Glitter Graphic Comment Hi5

Free hi5 Cursors รวมโค้ด แต่งhi5 a:hover { color:#ffffff !important; text-decoration: none; background: url(http://img99.imageshack.us/img99/3043/ranpy5.gif) !important;}